My GPT คืออะไร
My GPT เป็นชื่อที่หลายคนใช้เรียก GPT ที่เราสร้างไว้เองใน ChatGPT หรือที่ OpenAI เรียกว่า GPTs / Custom GPTs
พูดง่าย ๆ คือ จากเดิมเราเปิด ChatGPT แล้วพิมพ์ prompt ใหม่ทุกครั้ง เราสามารถสร้างผู้ช่วยเฉพาะงานขึ้นมา 1 ตัว เช่น
ผู้ช่วยเขียนโพสต์ Facebook สำหรับแบรนด์
ผู้ช่วยสรุปบทความจากข่าว AI
ผู้ช่วยตอบ FAQ ลูกค้า
ผู้ช่วยรีวิวหน้าเว็บไซต์ก่อนส่งลูกค้า
ผู้ช่วยทำ content calendar รายสัปดาห์
ผู้ช่วยสรุปข้อมูลยอดขายเป็นภาษาคนทำธุรกิจ
สิ่งที่ทำให้ My GPT ต่างจากแชตทั่วไปคือ เราสามารถตั้งค่าไว้ล่วงหน้าได้ว่า GPT ตัวนี้ต้องทำอะไร พูดด้วยโทนไหน ใช้ข้อมูลอ้างอิงจากไฟล์ไหน และเปิดความสามารถอะไรได้บ้าง
My GPT ตั้งค่าอะไรได้บ้าง
ใน GPT Builder เราสามารถกำหนดส่วนสำคัญได้หลายอย่าง
Instructions
Instructions คือกติกาหลักของ GPT ตัวนั้น เช่น ต้องเขียนภาษาไทยแบบเป็นกันเอง, ใช้คำลงท้ายพอดี, ห้ามแต่งข้อมูลราคา, ถ้าไม่แน่ใจต้องถามกลับ หรือให้ตอบเป็น checklist ทุกครั้ง
สำหรับธุรกิจ ส่วนนี้สำคัญมาก เพราะเป็นตัวกำหนดบุคลิกและ workflow ของผู้ช่วย AI
ตัวอย่างเช่น ถ้าทำ My GPT สำหรับคอนเทนต์ อาจใส่กติกาว่า:
เขียนเหมือนผู้หญิงพูดกับเจ้าของธุรกิจ SME
เริ่มด้วย hook ที่ทำให้คนหยุดอ่าน
สรุปประเด็นสำคัญก่อน แล้วค่อยขยาย
แยก Facebook caption กับ comment link เสมอ
หลีกเลี่ยงศัพท์เทคนิคถ้าไม่จำเป็น
Knowledge
Knowledge คือไฟล์อ้างอิงที่เราอัปโหลดให้ GPT ใช้ประกอบคำตอบ เช่น brand guideline, รายละเอียดบริการ, FAQ, ตัวอย่างบทความ, คู่มือการเขียน, ตารางราคา หรือข้อมูลสินค้าที่ใช้บ่อย
จุดที่ควรจำคือ Knowledge เหมาะกับข้อมูลอ้างอิง ไม่ใช่กติกาการทำงานหลัก ถ้าเป็นกติกาว่าต้องตอบยังไง ควรใส่ใน Instructions มากกว่า
Capabilities
Capabilities คือความสามารถเสริม เช่น web search, image generation, canvas หรือ code/data analysis ขึ้นอยู่กับบัญชีและ workspace ที่ใช้งาน
ถ้า My GPT ใช้ทำข่าวหรือบทความอัปเดต ควรเปิด web search เพื่อเช็กข้อมูลล่าสุด แต่ถ้าใช้ทำงานจากไฟล์ภายในเป็นหลัก อาจเน้น knowledge และ instructions ให้แน่นก่อน
Apps และ Actions
บาง workspace สามารถให้ GPT เชื่อมกับ apps หรือ external APIs ได้ เช่น ดึงข้อมูลจากบริการภายนอก หรือทำ action บางอย่างในระบบที่กำหนด
แต่มีข้อควรรู้คือ GPT หนึ่งตัวใช้ apps หรือ actions ได้อย่างใดอย่างหนึ่ง ไม่ใช่ทั้งสองแบบพร้อมกัน และถ้ามีการส่งข้อมูลออกไปยังบริการภายนอก ควรใช้เฉพาะเครื่องมือที่ไว้ใจได้เท่านั้น
ใช้ My GPT กับธุรกิจอะไรได้บ้าง
สำหรับเจ้าของธุรกิจและทีมเล็ก ๆ My GPT เหมาะกับงานที่มีลักษณะซ้ำ แต่ต้องการคุณภาพสม่ำเสมอ
1. ทำคอนเทนต์ประจำให้ตรงแบรนด์
ถ้าธุรกิจต้องลง Facebook, Blog, LINE OA หรือ Reels เป็นประจำ My GPT ช่วยลดเวลาตั้งต้นได้เยอะค่ะ
แทนที่จะบอกทุกครั้งว่าแบรนด์พูดกับใคร โทนเป็นยังไง CTA ต้องใช้แบบไหน เราสร้าง GPT ที่เข้าใจสิ่งเหล่านี้ไว้ แล้วส่งแค่หัวข้อหรือข่าวให้ช่วยแตกเป็น outline, caption, script หรือ blog draft ได้
2. ตอบคำถามลูกค้าให้ทีมใช้เป็นแนวเดียวกัน
ธุรกิจที่มีคำถามซ้ำ เช่น ราคาเริ่มต้นเท่าไร ระยะเวลาทำเว็บกี่วัน ต้องเตรียมข้อมูลอะไรบ้าง หรือบริการต่างกันยังไง สามารถทำ GPT จาก FAQ และรายละเอียดบริการได้
ทีมจะใช้ช่วยร่างคำตอบได้เร็วขึ้น และลดปัญหาตอบไม่ตรงกันระหว่างแอดมินหลายคน
3. สรุปข้อมูลและทำรายงานแบบอ่านง่าย
ถ้ามีข้อมูลจากยอดขาย feedback ลูกค้า หรือ performance คอนเทนต์ My GPT สามารถช่วยสรุปเป็นภาษาที่เจ้าของธุรกิจอ่านแล้วตัดสินใจต่อได้ง่ายขึ้น
งานแบบนี้ไม่ใช่แค่ให้ AI สรุป แต่ควรกำหนด format ไว้เลย เช่น สรุป 3 ประเด็นสำคัญ, สิ่งที่ควรทำต่อ, สิ่งที่ต้องระวัง และคำถามที่ควรถามทีมเพิ่ม
4. เช็กงานก่อนเผยแพร่
อีกวิธีที่คุ้มมากคือทำ My GPT เป็นผู้ช่วย review เช่น เช็กบทความก่อนลง blog, เช็ก caption ก่อนโพสต์, เช็กหน้า landing page ก่อนส่งลูกค้า หรือเช็กว่า content ตรงกลุ่มเป้าหมายไหม
ในงานจริง บางครั้ง GPT ที่ช่วยตรวจงานอาจมีประโยชน์พอ ๆ กับ GPT ที่ช่วยเขียนงาน เพราะช่วยลดจุดหลุดก่อนเผยแพร่
My GPT ต่างจาก Project ใน ChatGPT ยังไง
สองอย่างนี้ใช้ร่วมกันได้ แต่บทบาทต่างกัน
Project เหมาะกับการเก็บงานระยะยาวไว้เป็นพื้นที่ทำงาน เช่น โปรเจกต์คอนเทนต์ของแบรนด์หนึ่ง มี chats, files และ context รวมกันในที่เดียว
ส่วน My GPT เหมาะกับการทำผู้ช่วยเฉพาะหน้าที่ เช่น ผู้ช่วยเขียนโพสต์, ผู้ช่วยรีวิว SEO, ผู้ช่วยสรุปข่าว หรือผู้ช่วยตอบ FAQ
ถ้าเปรียบง่าย ๆ Project คือห้องทำงาน ส่วน My GPT คือคนในทีมที่มีหน้าที่ชัดเจนค่ะ
วิธีเริ่มสร้าง My GPT ให้ใช้งานได้จริง
ถ้าเพิ่งเริ่ม ไม่ต้องสร้าง GPT ที่ทำได้ทุกอย่างในตัวเดียว เพราะมักจะกว้างเกินไปจนผลลัพธ์ไม่นิ่ง
ให้เริ่มจากงานเดียวที่ทำซ้ำบ่อยและวัดผลได้ชัด เช่น
ร่าง Facebook caption จากหัวข้อ blog
เปลี่ยนข่าว AI เป็นบทความอ่านง่ายสำหรับเจ้าของธุรกิจ
ตอบ FAQ เกี่ยวกับบริการทำเว็บไซต์
ตรวจบทความก่อนลง WordPress
สรุป feedback ลูกค้าเป็น action list
จากนั้นค่อยตั้งค่า 4 อย่างนี้ให้ครบ
เป้าหมายของ GPT ตัวนี้คืออะไร
กลุ่มผู้อ่านหรือผู้ใช้คือใคร
ต้องตอบออกมาเป็น format ไหน
ข้อมูลไหนใช้เป็น source ได้ และข้อมูลไหนห้ามเดา
จุดที่หลายคนพลาดเวลาใช้ My GPT
ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อยคือใส่ทุกอย่างลงใน Knowledge แล้วหวังว่า GPT จะทำงานถูกทั้งหมด ทั้งที่บางอย่างควรเป็น Instructions
ถ้าเป็นข้อมูลอ้างอิง เช่น รายละเอียดบริการ ใส่ใน Knowledge ได้
แต่ถ้าเป็นกติกา เช่น ต้องเขียนสุภาพ ไม่ใส่ลิงก์ใน caption แยก comment link เสมอ หรือห้ามสรุปข้อมูลที่ไม่มี source แบบฟันธง ให้ใส่ใน Instructions
อีกจุดที่ควรระวังคืออย่าให้ GPT ทำ action ที่เสี่ยงเกินไปโดยไม่มีคนตรวจ เช่น ส่งข้อความหาลูกค้าจริง แก้ข้อมูลหลังบ้าน ลบข้อมูล หรือเผยแพร่คอนเทนต์ทันที งานที่กระทบลูกค้า เงิน หรือข้อมูลสำคัญ ควรมีมนุษย์ review ก่อนเสมอ
ข้อควรรู้เรื่องสิทธิ์และความเป็นส่วนตัว
ตามข้อมูลจาก OpenAI การสร้างหรือแก้ไข GPT ต้องใช้บัญชีแบบเสียเงิน และการ build/edit ทำผ่าน web experience เป็นหลัก ส่วน mobile apps ใช้ GPT ได้ แต่ไม่ใช่ช่องทางหลักสำหรับสร้าง GPT
เรื่อง privacy ก็สำคัญค่ะ ผู้สร้าง GPT ไม่สามารถเห็นบทสนทนารายบุคคลที่คนอื่นคุยกับ GPT ของตัวเองได้ แต่ถ้า GPT เชื่อมกับ apps หรือ external APIs ข้อมูลบางส่วนอาจถูกส่งไปยังบริการภายนอกตามการตั้งค่านั้น ๆ จึงควรใช้เฉพาะเครื่องมือที่เชื่อถือได้
อีกเรื่องที่หลายคนเข้าใจผิดคือ GPTs ไม่ได้ใช้ saved memory, custom instructions หรือบทสนทนาเก่าของเราโดยอัตโนมัติ แต่ละ conversation จะเริ่มใหม่ตาม configuration ของ GPT ตัวนั้น
สรุป
My GPT ไม่ได้เหมาะแค่กับคนสายเทค แต่เหมาะมากกับเจ้าของธุรกิจที่มีงานซ้ำและอยากให้ AI ช่วยอย่างเป็นระบบมากขึ้น
ถ้าใช้ให้ดี My GPT จะช่วยลดเวลาการอธิบายซ้ำ ทำให้คอนเทนต์ตรงแบรนด์ขึ้น ตอบคำถามลูกค้าเป็นแนวเดียวกัน และช่วยให้ทีมทำงานจากมาตรฐานเดียวกันได้ง่ายขึ้น
จุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดคืออย่าพยายามสร้างผู้ช่วยที่เก่งทุกอย่าง แต่ให้สร้างผู้ช่วยตัวเล็ก ๆ ที่เก่งงานเดียวก่อน เช่น ผู้ช่วยเขียน caption, ผู้ช่วยเช็กบทความ หรือผู้ช่วยตอบ FAQ แล้วค่อยต่อยอดเมื่อ workflow เริ่มนิ่งค่ะ
ถาม-ตอบ
[Q1] My GPT ใช้ฟรีได้ไหม
ตอบ: ผู้ใช้ที่ลงชื่อเข้าใช้สามารถใช้งาน GPT ที่ตัวเองมีสิทธิ์เข้าถึงได้ แต่การสร้างหรือแก้ไข GPT ต้องใช้บัญชีแบบเสียเงิน และใน workspace องค์กรอาจขึ้นอยู่กับสิทธิ์ที่ admin ตั้งไว้
[Q2] My GPT เหมาะกับธุรกิจเล็กไหม
ตอบ: เหมาะค่ะ โดยเฉพาะธุรกิจที่ต้องทำงานซ้ำ เช่น เขียนคอนเทนต์ ตอบคำถามลูกค้า ทำรายงาน หรือเช็กงานก่อนเผยแพร่ เพราะช่วยให้ผลลัพธ์สม่ำเสมอขึ้นโดยไม่ต้องเริ่ม prompt ใหม่ทุกครั้ง
[Q3] ควรใส่ไฟล์อะไรใน Knowledge
ตอบ: ใส่ไฟล์ที่เป็นข้อมูลอ้างอิง เช่น brand brief, รายละเอียดบริการ, FAQ, ตัวอย่างงานที่ชอบ, คู่มือ tone of voice หรือข้อมูลสินค้าที่อัปเดตแล้ว ส่วนกติกาการตอบและ workflow ควรใส่ใน Instructions
เขียนโดย: Amornrat Nintachan
ปรับปรุงล่าสุด: 24 กรกฎาคม 2569
อ้างอิง: OpenAI Help Center, OpenAI Academy
อ่านเพิ่มเติม: