คำตอบ: Google กำลังผลักดัน AI Max for Search campaigns ให้เป็นรูปแบบหลักในการช่วยขยายโอกาสของโฆษณา โดยนำข้อมูลจากแคมเปญ เว็บไซต์ และสัญญาณความตั้งใจของผู้ค้นหามาช่วยจับคู่โฆษณากับโอกาสใหม่ ๆ
บทความนี้อัปเดตข้อมูล ณ วันที่ 17 สิงหาคม 2026 โดยอ้างอิงประกาศจาก Google Ads โดยตรงค่ะ
AI Max คืออะไร
AI Max for Search campaigns คือชุดความสามารถของ Google Ads ที่ใช้ AI ช่วยให้แคมเปญ Search เข้าถึงคำค้นและลูกค้าที่มีแนวโน้มสนใจมากขึ้น โดยยังให้ผู้ลงโฆษณากำหนดทิศทาง เช่น เว็บไซต์ กลุ่มเป้าหมาย แบรนด์ พื้นที่ และแนวทางการใช้ข้อความได้
ฟีเจอร์หลักที่ Google พูดถึง ได้แก่
Search term matching: ช่วยค้นหาคำค้นหรือความหมายที่เกี่ยวข้อง นอกเหนือจากรายการคีย์เวิร์ดเดิม
Text customization: ช่วยปรับข้อความโฆษณาให้เข้ากับคำค้นและบริบทของผู้ใช้
Final URL expansion: ช่วยเลือกหน้า Landing Page ที่เกี่ยวข้องจากเว็บไซต์ แทนการส่งทุกคนไปหน้าเดียว
พูดง่าย ๆ คือ จากเดิมที่ผู้ลงโฆษณาต้องวางแผนทุกเส้นทางเอง ระบบจะช่วยมองหาเส้นทางใหม่ แต่เรายังต้องจัดเตรียมข้อมูลและกำหนดกรอบให้ AI ทำงานได้ถูกทิศทาง
Dynamic Search Ads กำลังเปลี่ยนอย่างไร
Google ระบุว่า AI Max กำลังอยู่ในเวอร์ชั่นเบต้า และจะเข้ามาแทนที่รูปแบบการทำงานเดิมบางส่วนของ Search campaigns
กำหนดการสำคัญที่ควรรู้มีดังนี้
ผู้ลงโฆษณาสามารถเริ่มย้ายไปใช้ AI Max ได้ก่อน เพื่อทำความคุ้นเคยกับการตั้งค่าใหม่
แคมเปญที่ใช้ Automatically Created Assets และการตั้งค่า broad match ระดับแคมเปญ จะเริ่มเข้าสู่การอัปเกรดอัตโนมัติในเดือนกันยายน 2026
Dynamic Search Ads จะเริ่มเข้าสู่กระบวนการ sunset และ auto-upgrade ในเดือนกุมภาพันธ์ 2027 ตามกำหนดการล่าสุดของ Google
หลังการอัปเกรด ผู้ลงโฆษณาจะไม่สามารถสร้างแคมเปญ DSA ใหม่ในรูปแบบเดิมได้
กำหนดการอาจมีการปรับเปลี่ยนตามประเภทบัญชีและสิทธิ์การใช้งาน ดังนั้นควรตรวจประกาศใน Google Ads account และ Help Center ของบัญชีตัวเองด้วย
ทำไม Google ถึงเปลี่ยนมาใช้ AI Max
การค้นหาของลูกค้าไม่ได้เป็นประโยคสั้น ๆ แบบเดิมเสมอไป คนอาจค้นหาด้วยคำถามยาวขึ้น ระบุเงื่อนไขหลายอย่าง หรือใช้คำที่ไม่ตรงกับภาษาที่ธุรกิจตั้งไว้ในคีย์เวิร์ด
ตัวอย่างเช่น ร้านรับทำเว็บไซต์อาจตั้งคีย์เวิร์ดว่า “รับทำเว็บไซต์บริษัท” แต่ลูกค้าอาจค้นว่า “อยากมีเว็บใหม่สำหรับธุรกิจที่ดูน่าเชื่อถือและช่วยให้ลูกค้าติดต่อได้ง่าย” หากระบบเข้าใจเจตนาได้ดีขึ้น โฆษณาก็มีโอกาสเข้าถึงการค้นหาที่คำไม่ตรงกัน แต่ความต้องการใกล้เคียงกัน
Google ระบุว่าแคมเปญที่ใช้ชุดฟีเจอร์ AI Max เต็มรูปแบบมีค่าเฉลี่ย conversion หรือ conversion value เพิ่มขึ้น 7% ที่ CPA หรือ ROAS ใกล้เคียงเดิม เมื่อเปรียบเทียบกับการใช้ search term matching เพียงอย่างเดียว ตัวเลขนี้เป็นข้อมูลภายในของ Google และไม่ควรตีความว่าเป็นผลลัพธ์ที่ทุกบัญชีจะได้รับเท่ากัน
ผลกระทบต่อเว็บไซต์และ Landing Page
จุดที่เจ้าของเว็บไซต์ต้องสนใจเป็นพิเศษคือ Final URL expansion เพราะ AI อาจเลือกหน้าอื่นในเว็บไซต์ให้เหมาะกับคำค้นมากขึ้น
ถ้าเว็บไซต์มีโครงสร้างดี ระบบจะมีข้อมูลให้เลือกมากขึ้น แต่ถ้าหน้าเว็บมีเนื้อหาซ้ำกัน ชื่อหน้าไม่ชัด หรือมีข้อมูลบริการที่ไม่อัปเดต ก็อาจทำให้ผู้ใช้ถูกส่งไปยังหน้าที่ไม่ตรงกับความต้องการ
ก่อนเปิดใช้ AI Max ควรเช็กว่า
แต่ละบริการมีหน้า Landing Page ของตัวเอง
Title และ H1 ของหน้าเว็บอธิบายบริการตรงกัน
เนื้อหาบนหน้าเว็บมีคำตอบเรื่องราคา พื้นที่ให้บริการ ขั้นตอน และช่องทางติดต่อ
ปุ่ม CTA ทำงานได้จริงบนมือถือ
ฟอร์มติดต่อส่งข้อมูลถึงทีมขายได้ครบ
ไม่มีหน้าเก่าหรือหน้าทดลองที่ควรถอดออกจากการโฆษณา
Analytics และ conversion tracking วัดผลได้ถูกต้อง
ธุรกิจควรเตรียมตัวอย่างไร
1. ตรวจแคมเปญ DSA ที่กำลังใช้อยู่
ดูว่าแคมเปญไหนสร้าง lead หรือยอดขายจริง แคมเปญไหนมี traffic แต่ไม่เกิดผลลัพธ์ และหน้าเว็บใดถูกเลือกเป็นปลายทางบ่อยที่สุด ข้อมูลนี้จะช่วยให้ตัดสินใจได้ว่าควรเก็บ ปรับ หรือแยกแคมเปญก่อนย้ายไป AI Max
2. จัดเว็บไซต์ให้เป็นแหล่งข้อมูลที่ชัดเจน
AI ใช้ข้อมูลจากเว็บไซต์เพื่อช่วยสร้างและจับคู่โฆษณา ดังนั้นหน้าเว็บไม่ควรมีเพียงคำโฆษณาสั้น ๆ แต่ควรตอบคำถามที่ลูกค้าต้องการรู้จริง เช่น เหมาะกับใคร ทำอะไรให้ได้บ้าง ใช้เวลานานเท่าไร และต้องเริ่มติดต่ออย่างไร
3. กำหนด Conversion ให้ตรงกับธุรกิจ
การกดเข้าชมหน้าเว็บไม่ใช่ผลลัพธ์เดียวของทุกธุรกิจ ร้านค้าอาจสนใจคำสั่งซื้อ ส่วนธุรกิจบริการอาจสนใจการโทร การกรอกฟอร์ม หรือการทัก Line หากตั้ง conversion กว้างเกินไป AI อาจพยายามเพิ่มตัวเลขที่ไม่ช่วยให้ธุรกิจโตจริง
4. ให้ AI ขยายโอกาส แต่ต้องกำหนดขอบเขต
ใช้ brand controls, location controls และ text guidelines เพื่อช่วยกำหนดว่าโฆษณาควรไปทางไหน หลีกเลี่ยงคำใด และไม่ควรขยายไปยังพื้นที่หรือบริการที่ธุรกิจไม่ได้รับงาน
5. ทดสอบก่อนเปลี่ยนทั้งบัญชี
เริ่มจากแคมเปญที่มีข้อมูล conversion เพียงพอและมี Landing Page พร้อม แล้วเปรียบเทียบผลลัพธ์กับแคมเปญเดิมในช่วงเวลาที่เหมาะสม อย่าปรับหลายอย่างในวันเดียว เพราะจะไม่รู้ว่าผลลัพธ์เปลี่ยนจากสาเหตุใด
สิ่งที่ไม่ควรทำ
ปล่อยให้ AI ขยายคำค้นโดยไม่ตรวจ Search terms
ส่งผู้ใช้ทุกคนไปหน้าแรกของเว็บไซต์
ปิดคีย์เวิร์ดเดิมทั้งหมดทันทีที่เปิด AI Max
วัดผลจากยอดคลิกโดยไม่ดู lead ที่มีคุณภาพ
ใช้ข้อความจากเว็บไซต์ที่ยังมีราคา โปรโมชั่น หรือบริการเก่า
ให้ระบบเลือกหน้าเว็บที่ไม่มี CTA หรือไม่มีช่องทางติดต่อ
ถาม-ตอบ
[Q1] Dynamic Search Ads จะหายไปทันทีไหม
ตอบ: ยังไม่หายทันทีค่ะ ตามกำหนดการล่าสุดของ Google การ sunset และ auto-upgrade ของ DSA จะเริ่มในเดือนกุมภาพันธ์ 2027 แต่ฟีเจอร์บางส่วน เช่น Automatically Created Assets และ broad match ระดับแคมเปญ จะเริ่มอัปเกรดอัตโนมัติตั้งแต่เดือนกันยายน 2026
[Q2] ต้องเปลี่ยนไปใช้ AI Max ตอนนี้เลยไหม
ตอบ: ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนทุกแคมเปญทันที แนะนำให้ตรวจข้อมูล DSA และเลือกแคมเปญที่มี Conversion tracking ดี เว็บไซต์พร้อม และมีข้อมูลมากพอสำหรับการทดสอบก่อน
[Q3] AI Max จะทำให้ไม่ต้องทำ SEO หรือไม่
ตอบ: ไม่ใช่ค่ะ AI Max ช่วยเรื่องโฆษณาแบบเสียเงิน ส่วน SEO ช่วยสร้างการมองเห็นแบบออร์แกนิก เว็บไซต์ยังต้องมีเนื้อหาที่ดี โครงสร้างชัด และประสบการณ์ใช้งานที่เหมาะสมทั้งสองด้าน
สรุป
การเปลี่ยนจาก Dynamic Search Ads ไปสู่ AI Max สะท้อนว่า Google Ads กำลังขยับจากการควบคุมด้วยคีย์เวิร์ด ไปสู่การให้ AI เข้าใจเจตนาของผู้ค้นหาและเลือกเส้นทางที่เหมาะสมมากขึ้น
ธุรกิจที่ได้เปรียบจะไม่ใช่ธุรกิจที่ปล่อยให้ AI ทำงานเองทั้งหมด แต่เป็นธุรกิจที่มีเว็บไซต์เป็นระบบ วัด Conversion ได้จริง และกำหนดขอบเขตให้ AI ขยายโอกาสอย่างมีทิศทาง
ช่วงนี้จึงเหมาะกับการตรวจแคมเปญ DSA, ปรับ Landing Page, เช็ก Conversion tracking และทำแผนทดสอบก่อนที่การอัปเกรดอัตโนมัติจะเริ่มขึ้นค่ะ
เขียนโดย: Amornrat Nintachan
ปรับปรุงล่าสุด: 17 สิงหาคม 2569
อ้างอิง: Google Ads: We’re upgrading Dynamic Search Ads to AI Max, Google Search Central: Optimizing for generative AI in Google Search
อ่านเพิ่มเติม: Google: New opportunities, control and insights for website owners